
อำเภอในถิ่นทุรกันดาร ไม่มีถนนเชื่อมต่อเมือง
๔ ตุลาคม ๒๕๑๑ เวลา ๑๒.๐๐ น.เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งลงจอด ณ สนามหน้าโรงเรียนย่านดินแดง ชั่วระยะเวลาติดต่อกัน เหนือท้องฟ้าอำเภอพระแสง ก็ปรากฏเครื่องบินสองใบพัดที่เรียกกันว่า เครื่องบินซีเอช ๔๗ ซีนุก ลำใหญ่บินมุ่งหน้ามายังสนามหน้าโรงเรียนย่านดินแดง หอบหิ้วเอาวัตถุชิ้นใหญ่มาด้วย เมื่อระยะชัดขึ้นสายตาของผู้คนในวันนั้นเห็นประจักษ์ว่าสิ่งนั้นคือใบมีดสำหรับรถแทรกเตอร์นำมาลงไว้ที่สนามหน้าโรงเรียน แล้วเครื่องบินลำเดิมก็วนกลับไปหอบหิ้วเอาตัวรถเพื่อมาประกอบกับส่วนใบมีดให้สมบูรณ์เป็นรถแทรกเตอร์ดีซี
ระหว่างที่รอการกลับมาของซีนุกลำนั้น สองพระองค์ได้ทรงปลูกต้นราชพฤกษ์หน้าที่ว่าการอำเภอพระแสง ซึ่งยังปรากฏอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ กระทั่งเครื่องบินซีนุกหิ้วตัวรถมาประกอบกับใบมีดเสร็จสมบูรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงเจิม สองพระองค์ทรงคล้องพวงมาลัยเพื่อเป็นศิริมงคล แล้วเสด็จฯพร้อมด้วยหม่อมเจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต ขึ้นประทับ ณ มุขหน้าสถานีอนามัยชั้นสอง ซึ่งเป็นอาคารยกพื้นสูง มีพระราชดำรัสต่อประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ ณ บริเวณนั้น
จากนั้นได้เสด็จเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้ารับเสด็จบริเวณตลาดพระแสง ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างของสถานีอนามัยชั้นสอง เป็นเรือนแถวไม้เรียงรายไปตลอดสองข้างทางถนนแคบๆ ผู้คนต่างเฝ้ารับเสด็จ ตั้งโต๊ะหมู่บูชา แล้วเสด็จฯมายังวัดย่านดินแดง คณะสงฆ์ถวายชัยมงคลคาถา และมีพระราชปฏิสันถารกับพระเทพรัตนกวี เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงเส้นทางการคมนาคมระหว่างอำเภอเมืองและอำเภอพระแสง ทรงตรัสว่าจะต้องรีบเสด็จกลับเนื่องจากฝนจะตกจะทำให้เฮลิคอปเตอร์ทำการบินลำบากจากนั้นได้เสด็จพระราชดำเนินไปจนเกือบสุดทางถนนบริเวณหน้าบ้านเถ้าแก่ยกคุ้ง พ่อค้าชาวจีนในตลาดที่ตั้งโต๊ะหมู่หน้าบ้าน แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับไปทางเดิม
ชาวบ้านที่มารับเสด็จในวันนั้นใช่ว่าจะมีแต่ชาวบ้านจากย่านดินแดงเท่านั้น ชาวบ้านจากบ้านส้อง สาคู ชัยบุรี บางสวรรค์ ฯลฯ ต่างมารอนอนค้างแรมกันที่บ้านญาติหรือในโรงเรียนเพื่อรอรับมิ่งขวัญของชาวไทยทั้งผอง
น้ำพระทัยของทั้งสองพระองค์ ทรงห่วงใยพสกนิกร เห็นความยากลำบากในการสัญจร
ความยากลำบากของผู้คนในถิ่นที่ห่างไกล แม้พระองค์อยู่ถึงในเมืองหลวง แต่เมื่อความทราบ
สองพระองค์ ก็เสด็จมาเพื่อความสุขสบายของประชาชน
แม้ลำบากขนาดไหน เส้นทางจะกันดารสักเพียงใด แต่ด้วยน้ำพระทัยของทั้งสองพระองค์ รถถากถาง (บูลโดเซอร์) หรือ รถแทรกเตอร์ดีซีคันนี้ที่มีนายแคล่ว เหล่าพัน เป็นผู้ขับนั้นสามารถเดินทางมาถึงอำเภอพระแสงเพื่อใช้ในการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ให้อำเภอพระแสงเชื่อมต่อกับโลกภายนอก ได้อย่างน่าอัศจรรย์
เคยทราบไหมครับว่าก่อนหน้านี้ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๑๑ เพื่อพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตรให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีแล้วเสด็จพระราชดำเนินไปยังอำเภอพระแสง ทรงมีรับสั่งกับนายอำเภอพระแสงว่า "การพัฒนาเมืองจะอาศัยกำลังคนอย่างเดียวไม่ได้ เมื่อฉันกลับไปกรุงเทพฯแล้วจะหาเครื่องทุ่นแรงมาให้"
หลังจากนั้นเพียง ๓ เดือนพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ และพระราชินี ก็เสด็จมาเมืองนี้อีกครั้งพร้อมรถแทรกเตอร์พระราชทาน
เป็นรถแทรกเตอร์ธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ