
วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดาฯ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ โดยเครื่องบินพระที่นั่งมายังอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราชแล้วเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมายังวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ นาฬิกา นายอนันต์ สงวนนาม ผู้ว่ารายการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กราบบังคมทูลถวายรายงาน

ในอดีตอำเภอดอนสัก เป็นอีกอำเภอหนึ่งที่การคมนาคมไม่สะดวก ไม่มีถนนหนทางสะดวกสบายเช่นปัจจุบัน การคมนาคมติดต่อทางทะเล คุณแม่ผมเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนจะไปหลวงพ่อจ้อยที่ดอนสักต้องลงเรือที่บ้านดอน ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะถึงดอนสักก็เมาคลื่นกันเป็นแถว พอมีถนนตัดเข้าเมืองดอนสักเวลาจะไปช่วงหน้าฝน ต้องเอาจอบติดรถไปด้วยเพื่อใช้แก้ปัญหาเวลารถติดหล่มพระครูสุวรรณประดิษฐการ (หลวงพ่อจ้อย) ท่านเป็นพระนักพัฒนาตั้งแต่สมัย ที่อำเภอดอนสักยังห่างไกลความเจริญ ได้ปรึกษากับชาวบ้านถึงแนวทางการ พัฒนาโดยมีปลัดนรลักษณ์ สร้างทองดี ได้นำความกราบทูลถึงปัญหาสีประการของอำเภอดอนสักคือ ความลำบากเรื่องน้ำ ไฟ ถนน และการลอกปากคลอง ต่อหม่อมเจ้าหญิงวิภาวดีรังสิต เพื่อนำความกราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์ทรงทราบถึงปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะเรื่องการขาดแคนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะน้ำจืด จึงมีรับสั่งให้หม่อมหลวงทวีสันต์ ลดาวัลย์ ราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง (ขณะนั้น) เป็นผู้ประสานงานมอบหมายให้กองอำนวยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือที่เรียกกันสั้นๆว่ากรป.กลาง และกรมชลประทานรับผิดชอบดูแล หาแนวทางจัดการให้ดอนสักมีน้ำบริโภคอย่างเพียงพอ จนกระทั้งสำเร็จด้วยการจัดทำประปาผิวตินในปลาย ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ทำให้ขาวอำเภอดอนสักมีน้ำสะอาดบริโภคตั้งแต่บัตนันเป็นต้นมา
.
การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดประปาผิวดิน ซึ่งตั้งห่างจากวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์เพียงไม่ก็ร้อยเมตร หลังเสร็จ พิธี ได้เสด็จมาตามทางที่ประชาชนคอยเฝ้ารับเสด็จเนื่องแน่นสองข้างทางท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว มีเพียงปะรำที่ทำด้วยโครงไม้ไผ่หลังคามุงด้วยทางมะพร้าว แต่มิได้เป็นอุปสรรคได ๆ ต่อการเฝ้ารอรับเสด็จเพื่อชินชมพระบารมี ของพระองค์
.
จากนั้นได้พระราชทานธงประจำกองลูกเสือชาวบ้าน และทอดพระเนตรการแสดงของลูกเสือชาวบ้าน ด้วยสถานการณ์จากภัยของผู้ก่อการร้ายในสมัย นั้น การแสดงชุดเราสู้ ที่ประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ "เราสู้" จึงเป็นชุดการแสดงของลูกเสือชาวบ้านที่ถูกคัดสรรนำมาแสดงหน้าพระที่นั่งในวันนั้น จากนั้นเสด็จ ฯ ไปเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ ตำหนักที่ทางวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์จัดสร้างถวาย แล้วมีพระราชปฏิสันถารกับพระครูสุวรรณประดิษฐการ (หลวง พ่อจ้อย) ซึ่งท่านได้ถวายพระเครื่องจำนวนหนึ่ง จากนั้นจึงเสด็จพระราชดำเนินไปอำเภอบ้านนาสารต่อไป
.
ความตั้งใจของคุณแม่ที่จะให้ผมท่องบทกลอนถวายยังไม่หมดไป ยัง ยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่จะให้ลูกชายถวายบทกลอนพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าชาย ต่อพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินิให้ได้
จากวันที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จเมื่อครั้งที่สองพระองค์เสด็จพระราช ดำเนินโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีในวันที่๑๑ กันยายน ๒๕๘ เพียงไม่ถึง ๑ ปีเมื่อรู้ข่าวว่าทั้งสองพระองค์เสด็จฯ อำเภอดอนสัก ในครั้งนี้ คุณพ่อผมต้องทำหน้าที่สื่อสารมวลชนเช่นเดิม ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย และป้าข้างบ้าน นั่งรถยนต์ออกจากอำเภอพุนพินตั้งแต่เข้ามืดกว่าจะถึงดอนสักใช้เวลาพอสมควรเพราะถนนหนทางไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน โดยเฉพาะถนนจากสามแยก บ้านในเข้าตลาดดอนสักยังไม่เป็นทางลาดยาง มีแต่ลูกรัง หลุมบ่อและฝุ่นล้วนๆ กว่าจะไปถึงดอนสักเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน
พวกเราจับจองที่นั่งใต้ปะรำเมื่อมาถึง ก่อนที่ใครจะจับจองเพราะ ต้องเลือกเอาที่นั่งแถวหน้า ปะรำที่ให้ประชาชนมาเฝ้ารอรับเสด็จนั้น สร้างจากโครงไม้มุงด้วยทางมะพร้าวพอได้หลบร้อน มีเชือกฟางกันเตี้ย ๆ ระหว่างทางลาดพระบาทกับสองข้างทางที่ประชาชนนั่งเฝ้ารอ

คราวใดที่เสียงเครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์ดังมาแต่ไกล ผู้คนจะแตก ตื่นมีเสียงโจษขานกันลั่น "มาแล้ว ๆ " ด้วยเข้าใจว่าพระองค์เสด็จมาแล้ว ทั้งที่เป็นเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยทหาร ตำรวจหรือหน่วยรักษาความปลอดภัย กระ ทั้งก่อนเที่ยงเล็กน้อยเสียงเครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์ดังติดๆกันมาหลายลำแต่ไกล เป็นสัญญาณให้รู้ว่าพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวและพระราชินีเสด็จฯมาแล้วพวกเรานั่งรอที่นี่กันครู่ใหญ่เพราะทราบดีว่าพระองค์ได้ทรงประกอบพิธีเปิดประปาผิวดินก่อนที่จะเสด็จ ฯ มายังวัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ และต้องเสด็จ ฯ ผ้านมาทางนี้ มีคณะแพทย์ พยาบาล ออกตรวจผู้เจ็บไข้ได้ป่วย บางคนทำสัญลักษณ์ไว้

ว่าเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง ตรวจความเรียบร้อย สักครู่ใหญ่มีทหารหลายนายออกเดินลาดตระเวนตรวจความเรียบร้อยทำให้รู้ว่าอีกไม่นานพวกเราจะได้ชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่านแล้ว ขณะที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน มีรับสั่งกับราษฎรตลอดเวลาถึงชีวิตความเป็นอยู่เมื่อทั้งสี่พระองค์เสด็จมาถึงบริเวณที่พวกเรานั่งอยู่แม่บอกผมว่า " ในหลวงมาแล้ว ๆ " ครั้งนี้ผมกระโดดข้ามเชือกที่กั้นไว้แล้วทรุดตัวลงหมอบกราบแทบเบื้องพระบาทของพระเจ้าอยู่หัว ยังจำได้ติดตาว่าขณะที่กระโดดออกไปจะกราบพระบาทพระเจ้าอยู่หัว ทหารองครักษ์เข้ามาจะคว้าตัวผมไว้แต่ไม่ทัน ผมกำลังจะก้มลงกราบเห็นพระเจ้าอยู่หัวโบกพระหัตถ์ให้นายทหาร และได้ยินพระสุรเสียง ว่า "ไม่เป็นไร" หลังจากก้มกราบลงบนพระบาทของพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ผมย้าย ตัวมากราบที่พระบาทของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รองพระบาท หนังสีดำ และรองพระบาทสีขาว ของทั้งสองคู่นั้นยังจำติดตาตรึงใจถึงทุกวันนี้ แล้วผมก็ลุกขึ้นยืนท่องบทกลอนที่เตรียม มาถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ อาจจะเป็นว่าผมตัวเล็กหรือ เสียงเบาไม่อาจคะเนได้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงโน้ม พระองค์แล้วเอื้อมพระหัตถ์มาโอบไหล่ ของผมทรงฟังบทกลอนที่ผมท่องถวายจนจบแล้วมีรับสั่งว่า "เก่งจัง พูดก็ชัด" ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับยืนอยู่ด้านข้างมีรับสั่งว่า “กลอนนี้ยาวนะ”