
วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน โดยขบวนรถไฟพระที่นั่งกลับจากเยี่ยมเยียนพสกนิกรทางภาคใต้ ขบวนรถไฟพระที่นั่งต้องผ่านสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี บริเวณชานชลาสถานีรถไฟ เหล่า ข้ารายการและประชาชนตั้งโต๊ะหมู่บูชาคอยรับเสด็จ ส่วนบริเวณถนนหลังสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี ข้าราชการและพ่อค้าอำเภอพุนพินจัดทำซุ้ม "ทรงพระเจริญ'ถวายความจงรักภักดีไว้อย่างสวยงาม การรับเสด็จในครั้งนี้เป็นที่ปิติยินดีอย่าง ยิ่งอีกครั้งหนึ่งที่ประชาชนทราบข่าว ต่างมุ่งหน้ามายังสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานีเพื่อเฝ้ารับเสด็จและชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่านทั้งสอง กันเนืองแน่นเต็มบริเวณถนนหลังสถานีรถไฟแทบไม่มีที่ยืน ทั้งๆที่ในยุคนั้นการติดต่อข้อมูลข่าวสารไม่ทันสมัยและรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน

เมื่อขบวนรถไฟพระที่นั่งเทียบชานชลา ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินลงจากขบวนรถไฟ นายพร บุญยะประสพ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีกราบบังคมทูลถวายรายงาน พระสงฆ์ถวายพระพรชัยมงคล พระเทพรัตนกวี (ก.ธรรมวร) เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ถวายหนังสือซึ่งท่านได้ประพันธ์เป็นบทร้อยกรองเรื่อง นิราศอินเดีย จากนั้นทรงเยี่ยมเยียนประชาชนที่มาเฝ้ารับรับเสด็จซึ่งมีกันเป็นจำนวนมาก ทั้งสองพระองค์จึงได้เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปยังสะพานข้ามทางรถไฟพร้อมโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน อันเป็นภาพแห่งความประทับใจอีกภาพหนึ่งขององค์ราชันอย่างมิรู้ลืม จากนั้นจึงประทับรถไฟพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินต่อไป พร้อมกับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้องทั่วสถานีรถไฟ

ฉายภาพโดย : นายกนก งานไพโรจน์ สะพานข้ามย่านนี้ชาวบ้านเรียกกันว่า สะพานลอย จากภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถประทับณ ตำแหน่งนี้ ทำให้หลายคนเกิดความสับสนเข้าใจผิดนำมาเล่าขานต่อกันภายหลังว่าสะพานลอยแห่งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงประกอบพิธีเปิดสะพาน ซึ่งความจริงแล้วมิได้เป็นเช่นที่กล่าวอ้างกัน เพียงแต่ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ ประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จกันมากมาย พระองค์มีพระราชประสงค์ให้พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมีอย่างทั่วถึงจึงประทับ ณ ตำหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากกว่า .